bluetooth-logo

ในปี 2003 เป็นต้นไปเทคโนโลยีที่คาดว่าจะมาแรงแบบสุดๆตอย่างหนึ่งก็คือ WiFi ซึ่งคำถามแรกของผู้ที่ได้ยินคำนี้ก็ต้องถามเป็นเสียงเดียวกันว่าแล้ว WiFi มันคืออะไรกันนะ ? รู้จักแต่คำว่าไวไฟ ที่เขียนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน

จากอดีต

ก่อน ที่เราจะมาพูดถึงว่า Wi-Fi มันคืออะไรนั้น เราลองมาทำความเข้าใจกันเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเรื่องระบบ Network สักนิดนะครับ การที่ คอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องจะมาเชื่อมต่อกัน เพื่อประโยชน์ในการแชร์ ข้อมูลซึ่งกันและกันหรือเอามาแชร์ Internet เพื่อใช้งาน แบบประมาณว่า ต่อ Internet เพียงแค่เครื่องเดียว เครื่องอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายก็สามารถใช้งาน Internet ได้ด้วย ซึ่งการต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้าด้วยกันนี้ แต่เดิมนั้นเราจะใช้สาย Lan ต่อเข้ากับ Lan card ของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องเพื่อจะเชื่อมเข้าหา ซึ่งการต่อแบบใช้สายนี้มันมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก แต่จะยุ่งยากหน่อยก็ตรงที่ในบ้านเรา หรือใน office ที่เราจะเชื่อมต่อนั้น จะต้องเรียกช่างมาเดินสาย Lan เหมือนกับเดินสายไฟภายในบ้าน ซึ่งมันก็วุ่นมากทีเดียวหากเป็นบ้านที่มีคนอยู่แล้ว ต้องมานั่งรื้อข้าวของให้วุ่นวายกันไปหมด

ถึงปัจจุบัน

เหมือน กับว่าพระเจ้าเห็นใจผู้รักเทคโนโลยี จึงทำให้มีผู้คิดค้นวิธีเชื่อมต่อ Lan แบบใหม่ขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงสายให้มันวุ่นวาย แต่คราวนี้เราจะใช้คลื่นเชื่อมแทนครับ ฟังแค่นี้ก็ดูน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ
ด้วยระบบเทคโนโลยี Lan ไร้สาย 802.11 จึงเกิดขึ้นมาบนโลกเบี๊ยวๆใบนี้ โดยการพัฒนาจากสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และ อิเลคโทรนิค หรือ Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE) นั่นเอง เลยทำให้กลายเป็นศัพท์ใหม่ที่เห็นกันบ่อยๆว่า IEEE 802.11 ซึ่งก็ได้มีการพัฒนากันมาเรื่อยจาก 802.11 ธรรมดามาเป็น 802.11 b 802.11 a 802.11 g ซึ่งมันจะต่างกันเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลเป็นหลัก ( เดี๋ยวเราค่อยมาเล่าต่ออีกทีว่ามันต่างกันอย่างไร )

Wi-Fi คืออะไร

Wi – Fi ก็คือองค์กรหนึ่ง ที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ Wireless Lan หรือระบบ Network แบบไร้สาย ภายใต้เทคโนโลยีการสื่อสาร ภายใต้มาตราฐาน IEEE 802.11 ว่าอุปกรณ์ทุกตัวซึ่งต่างยี่ห้อกันนั้นมันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ มีปัญหา หากว่าอุปกรณ์ตัวนั้นมันผ่านตามมาตราฐานเขาก็จะปั๊ม ตรา WIFI certified ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ตัวอื่น ที่มีตรา WIFI certified นี้ได้เช่นกัน แต่ทำไปทำมามันกลายเป็นคำศัพท์สำหรับ อุปกรณ์ Lan ไร้สาย ไปโดยปริยาย จนบางคนก็เรียกกันติดปาก

เช่น Notebook ตัวนี้ หรือ PDA ตัวนี้มันมี WiFi ด้วยหละ ! นั่นก็หมายความว่า อุปกรณ์ชิ้นนั้นมันสามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องตัวอื่นในระบบ Network แบบไร้สายได้ โดยอยู่ภายใต้มาตราฐานเทคโนโลยี 802.11

แล้วเลข 802.11 มันคืออะไร ซึ่งผมเชื่อว่ามันต้องเป็นคำถามต่อมาอย่างแน่นอน สำหรับเลข 802.11 นั้นก็เป็น เทคโนโลยีมาตราฐานแบบเปิดซึ่งกำหนดโดย Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE) โดยเลขหลักตัวหน้ามันจะเหมือนๆกัน แต่ความแตกต่างของเทคโนโลยีจะกำหนดด้วยตัวอักษรด้านหลัง เช่น 802.11 b 802.11 a 802.11 g

Throughput Range Frequency Hot -spot access Power drain Interference risk Cost
802.11b 5Mbps 150 feet 2.4GHz Excellent Moderate High Low
802.11g 20Mbps 150 feet 2.4GHz Excellent Moderate High Moderate
802.11a 22Mbps 100 feet 5GHz Poor High Low High
Dual band 22Mbps 150 feet 2.4GHz 5GHz Excellent Moderate Low High
Bluetooth 500Kbps 30 feet 2.4GHz Poor Low High Moderate

แล้ว WiFi กับ Bluetooth มันเหมือนกันไหม ?

ผม ขอบอกว่า 2 อย่างนี้มันคล้ายๆกันครับ ถึงแม้ว่า Bluetooth กับ Wi-Fi มันจะเป็นการติดต่อเพื่อสร้างระบบ Network เล็กๆโดยการเชื่อมโยงอุปกรณ์ตั้งแต่สองตัวเข้าหากัน แต่การใช้งานของ Bluetooth กับ Wi-Fi นั้นมันต่างกันมากครับถึงว่า เทคโนโลยีของ Wi-Fi กับ Bluetooth มันจะใช้ความถี่คลื่นเดียวกันที่ 2.4 GHz และ Bluetooth กับ Wi-Fi มันก็ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้

Bluetooth เป็น การเชื่อมต่ออุปกรณ์สองตัวเข้าหากันด้วยความถี่คลื่นที่ 2.4 GHz ซึ่งมีระยะการทำงานที่สั้นมากคือได้ประมาณ 30 ฟุตเป็นอย่างมากในที่โล่ง จุดประสงค์ที่เขาสร้าง Bluetooth ขึ้นมาก็เพื่อมาแทนที่สายไฟที่ระเกะระกะ ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์สองตัวเข้าหากัน เช่น Palm กับ โทรศัพท์มือถือ หรือ โทรศัพท์มือถือ กับ Small talk ข้อจำกัดของ Bluetooth นอกจากเรื่องของระยะทางที่สั้น แล้วเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลก็ยังต่ำกว่า Wi-Fi อีกด้วย หากเอามาใช้งานการส่งข้อมูลไม่มาก เช่น เอามาใช้ Hotsync กับเครื่อง Palm หรือ Beam file จากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่อง เท่านี้คงจะไม่รู้สึกเท่าไร แต่หากจะเอา PC สองตัวมาทำระบบ Network โดยใช้ Bluetooth หละก็จะเห็นถึงความอืดอย่างชัดเจน อย่างที่ผมเคยทดสอบมา โอนไฟล์จาก PC เครื่องหนึ่งไปยัง อีกเครื่องหนึ่ง รอกันเบื่อกันไปข้างเลยครับ สรุป ง่ายๆก็คือว่า Bluetooth เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Device เล็กเข้ากัน ด้วยระยะทางเพียงสั้นๆ เพื่อสร้าง Network แบบกระจุ๋มกระจิ๋มส่วนตัว ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า PAN ( Personal area network )

Wi-Fi เป็นการ สื่อสารด้วยเทคโนโลยี 802.11 ซึ่งมีข้อดีก็คือมันสามารถส่งข้อมูลแบบไร้สายได้รวดเร็ว ดังนั้นมันจึงเหมาะที่จะนำมาสร้างเครือข่ายไร้สายสำหรับการเชื่อม คอมพิวเตอร์เข้าหากัน หรืออาจจะเอา PDA มาเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ก็ยังได้หาก PDA รุ่นนั้นๆมัน สนับสนุน Wi-Fi ข้อดีอีกหลายข้อของ เทคโนโลยี 802.11 ก็พอจะเล่าให้ฟังคร่าวดังต่อไปนี้ครับ การทำงานสามารถสื่อสารได้ไกลกว่าการใช้ Bluetooth , เป็นที่นิยมมากกว่า และมันคือระบบที่มีการทำงานคล้ายกับระบบ Network แบบมีสายมากที่สุด โดยเฉพาะ เทคโนโลยี 802.11 b ซึ่งมีความเร็ว 11 Mb/s อันนี้จะนิยมมากที่สุด แต่ในอนาคตก็คงจะมีการพัฒนาให้มันส่งข้อมูลได้เร็วมากขึ้นไปอีก

สร้างเครือข่ายส่วนตัวใช้เองดีกว่า ( Wi-Fi ในบ้าน )

แนะ นำกันไปยืดยาวจนคอแห้งแล้วนะครับว่า Wireless Lan ที่มักเรียกกันติดปากว่า Wi-Fi มันคืออะไร สมัยนี้เรื่องการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์เขากำลังเป็นที่นิยม เพราะเขาเชื่อกันว่าในบ้านสมัยนี้เขามักจะมีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องดังนั้นเราก็น่าจะเอาคอมพิวเตอร์ในบ้านทั้งหมด มาต่อเชื่อมกันเพื่อแชร์ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ตหรือ Printer จะได้ช่วยกันประหยัด หรือเอาแบบ เท่ห์ๆหน่อยก็ ส่ง msn หรือ email ไปเรียก คุณพ่อ หรือคุณ แม่ที่อยู่ชั้นสองให้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน ก็ยังได้ หรือหากบ้านไหนอยู่กันเยอะๆก็อาจจะมาเล่นเกมส์ร่วมกันบนเครือข่าย คอมพิวเตอร์ก็ได้
แต่ยุคนี้หากจะสร้างเครือข่ายกันในบ้าน หากยังใช้แบบมีสายอยู่ก็อาจจะดูไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไรนัก เพราะต้องเรียกช่างมาเดินสายภายในบ้าน หากเป็นบ้านที่อยู่แล้วก็ยิ่งลำบากใหญ่ ดังนั้นหากเราใช้ Wi-Fi ก็จะทำให้การสร้างเครือข่ายนั้นง่ายขึ้นครับ คล่องตัวมากทีเดียว เราอาจจะเอา Notebook ไปนั่งเล่น อินเตอร์เน็ต กลางสวนหลังบ้านก็ยังได้ สำหรับงบประมาณการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบ Wi-Fi นี้ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 6500-9000 บาทครับ อุปกรณ์ที่จำเป็นก็มี Access Point 1 ตัว + USB wireless lan card อีกสัก 2 ตัว

Hot spot คืออะไร ? ( Wi-Fi นอกบ้าน )

ผม เชื่อว่าหมู่นี้เรามักจะได้ยินคำว่า Hot spot มากขึ้น แล้วเจ้า Hot spot มันมาเกี่ยวโยงอะไรกับ Wi-Fi ได้ไง เดี๋ยวเรามาดูกันครับ ผมขอเกริ่นเล็กๆน้อยๆกันก่อนว่า ในยุคสมัยนี้การที่เราจะเล่น อินเตอร์เน็ตขณะอยู่นอกบ้านนั้นเราสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ

1. ไปหา Internet Cafe ‘ อันนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด ค่าใช้จ่ายตกประมาณชั่วโมงละ 30-50 บาทโดยเฉลี่ย แต่มีข้อดีที่ว่าสะดวกง่ายดาย อยากใช้เมื่อไรวิ่งหาร้านจ่ายสตางค์แล้วลุยกันได้เลย แต่ข้อเสียก็มีครับ คือเราไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวที่เราทำงานบนเครื่อง PC ที่บ้านได้ ถึงจะทำได้ก็ค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียว หากลืมไฟล์ไว้ที่ PC ที่บ้านก็จบกัน ส่วนมากจะใช้หาข้อมูลจาก www , เช็ค email หรือ chat เสียมากกว่า และเรื่องของความปลอดภัยในข้อมูลที่เรากรอกไว้ที่เครื่อง PC ในร้านก็ค่อนข้างเสี่ยง และความเร็วของ อินเตอร์เน็ตในแต่ละร้านก็ค่อนข้างจะเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียด้วย

2. ใช้ GPRS โดย นำ Notebook หรือ PDA ต่อ อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ GPRS วิธีนี้ดูเหมือนจะ เดิ้ล มากพอสมควร แบบสามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีคลื่นโทรศัพท์ เรื่องของค่าใช้จ่ายก็จะคิดตามปริมาณข้อมูลรับส่ง หากเป็นการใช้งานบนเครื่อง PDA อาจจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร แต่หากเป็น Notebook อาจจะค่อนข้างเปลืองมากกว่า แต่ก็นับว่าโชคดีที่สมัยนี้ยังมี GPRS แบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งานอยู่เลยทำให้ผู้ที่ได้รับโปรโมชั่นนี้อาจจะไม่ ค่อยรู้สึกเท่าไรนัก แต่เรื่องของความเร็วของ GPRS นั้นยังมี speed ที่ประมาณ 40 Kbps

3. Hotspot เป็นบริการ อินเตอร์เน็ตสาธารณะไร้สายความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีของ Wireless Lan หรือที่เรียกกันติดปากว่า Wi-Fi ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้บริการกันมากขึ้นเรื่อยตามแหล่งชุมชน ต่างๆ เช่น สนามบิน ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล การใช้บริการ Hotspot นี้ อาจจะต้องลงทุนสูงสักนิด เพราะสองสิ่งหลักที่เราต้องมีก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook หรือ PDA และ Wireless Lan card ( ราคาประมาณ 1500-2000 บาท ) แต่หาก Notebook หรือ PDA บางรุ่นมี Wi-Fi ในตัวก็สบายไปหน่อยไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ข้อดีของการใช้ Wi-Fi ก็คือ สถานที่ที่บริการ อินเตอร์เน็ตสาธาณะที่เรียกกันว่า Hot Spot นี้เขามักจะบริการด้วย อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แบบเปิดเว็บปุ๊ปมาปั๊ป ค่อนข้างทันใจ และเราสามารถยก office ไปนั้งทำงานตามร้านกาแฟได้อย่างสบายๆ เพราะข้อมูลงานต่างๆของเรานั้นก็เก็บไว้ใน Notebook ของเราอยู่แล้ว แบบประมาณว่าจัดประชุมนัดลูกค้ามาคุยกันนอกสถานที่เลยก็ได้ แต่ Hot Spot ในบ้านเรานั้นเรียกว่ายังใหม่ กิ๊ก อยู่เลยครับ ทำให้อัตราค่าบริการยังค่อนข้างสูงมากทีเดียว แต่บางที่ก็บริการฟรีนะครับ จุดให้บริการก็เริ่มทยอยเปิดกันเรื่อยๆ แต่เรื่อง Hotspot นี้ในบ้านเรานับว่าเป็นสิ่งที่ใหม่มากพอสมควร การใช้งานอาจจะยังขัดๆเขินกันบ้างเล็กน้อย แต่สำหรับในต่างประเทศนั้นมันเป็นสิ่งที่ฮิตมากทีเดียว หากเป็นรางวัลก็ต้องขอมอบรางวัลแบบ ออสการ์ให้ไปเลย เพราะว่ามันเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อ

137 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP

ขั้นตอนการเข้าใช้งานระบบเครือข่ายไร้สาย wifi rmutp

 

1. เปิด wifi แล้วค้นหา SSID : wifi-RMUTP

 

2.เข้าเว็บ www.google.com ให้กด “เข้าใจถึงความเสี่ยง”

 

3.ให้ทำการกดปุ่ม “เพิ่มข้อยกเว้น” เพื่อเข้าสู่การล๊อกอิน

 

4.ให้ทำการกด “ยืนยันข้อยกเว้นความปลอดภัย”

 

5.เมื่อเข้าสู่หน้าล๊อกอินให้ใส่ชื่อผู้ใช้ (User Name) และรหัสผ่าน (Password) หากยังไม่มีสามารถลงทะเบียนได้ที่ Rmutp Passport

 

6. เมื่อทำการล๊อกอินผ่านแล้ว รอ 10 วินาที ระบบจะพาเข้าหน้าเว็บ www.google.com

 

สำหรับ WIFI ตึกครุศาสตร์อุตสาหกรรม(ตึกใหม่) ดูวิธีการเข้าใช้งานได้ที่นี่

16 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Wi-Fi กับ WiMAX

หลายคนสับสนระหว่าง WiMAX กับ Wi-Fi ทั้งคู่มีตัวย่อตัวอักษรแรกเหมือนกันคือ Wi และใช้มาตรฐาน IEEE บนสถาปัตยกรรม “802.” เหมือนกัน มีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน อย่างไรก็ตามมาตรฐานทั้งสองมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยและความต้องการในการใช้งาน.

WiMAX เป็นคลื่นสัญญาณที่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อแบบ point-to-point กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ISP ไปยังลูกค้า end user โดยใช้มาตรฐาน 802.16 กับการเชื่อมต่อจากอุปกรณืแบบพกพา เช่นโทรศัพท์ไร้สาย
Wi-Fi เป็นคลื่นที่ไม่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อเครือข่าย นั้นหมายความว่า มีแค่สัญญาณครอบคลุม กับรหัสผ่านก็สามารถเข้าใช้งานได้แล้ว
WiMAX และ Wi-Fi มีการกำหนดความต้องการในการใช้บริการ Quality of Service (QoS) โดย WiMAX จะใช้กลไกในการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐานกับอุปกรณืของผู้ใช้ โดยในแต่ละการเชื่อมต่อจะมีการกำหนดค่าอัลกอรึทึ่ม ส่วน Wi-Fi ใช้ QoS ในการกำหนดค่าการเชื่อมต่อ Ethernet กำหนดการไหลของแพ็คเก็จข้อมูล เช่นการใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต VoIP ผ่านเว็บเบราเซอร์

คลื่นความถี่ในการให้บริการจะมีมาตรฐาน 2.3GHZ, 2.5GHz และ 3.5MHz แต่สำหรับในประเทศไทย ขั้นแรกทาง กทช ได้อนุมัติและทดสอบการให้บริการภายใต้คลื่นความถี่ 2.3GHz และ 2.4GHz ส่วน 2.5GHz ขึ้นไปยังมีสัญญาณรบกวนอยู่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อไป สำหรับรัศมีในการให้บริการจะอยู่ที่ 50 กิโลเมตรโดยประมาณ

เอาเป็นว่า ใครที่ใช้ Wi-Fi อยู่ หลายๆ คนคงจะหาเสาเพื่อช่วยเพิ่มรัศมีในการรับสัญญาณ Wireless เพื่อรู้ถึงขีดความสามารถที่มีความสามารถในการส่งสัญญาณแค่ 30 เมตร จะดีแค่ไหนหากว่า WiMAX ตอบสนองในการใช้งานที่ครอบคลุมกว่า และกว้างไกลกว่า (50 กิโลเมตร) ไม่ต้องเดินเข้าร้านกาแฟหรืออยู่ในห้างที่จำกัดบริเวณ ก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ WiMAX ครอบคลุม

คุณสมบัติมาตรฐาน IEEE 802.16

รัศมีการกระจายสัญญาณ – 30 ไมล์ (50 กิโลเมตร) จากสถานีฐาน
ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล – 70 เม็กกะบิตต่อวินาที (ปกติเราใช้ Wi-Fi กันแค่ 1 – 2 เม็กกะบิตต่อวินาทีเท่านั้นเอง)
ไม่จำเป็นต้องใช้ Line-of-sight ระหว่างผู้ใช้กับสถานีฐาน
ย่านความถี่ 2 ถึง 11 GHz และ 10 ถึง 66 GHz (คลื่นที่ได้รับสัมปทานและไม่ได้รับสัมปทาน)
กำหนดค่าได้ทั้ง MAC และ PHY รวมไปถึงสนับสนุน PHY-layer

ที่มา : http://www.siamwimax.com/2009/11/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87wifi-wimax/

50 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP
hotspot_mikrotik

นับวันเทคโนโลยีต่างๆได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงเทคโนโลยี Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานตามบ้าน ที่ทำงานหรือแม้แต่ตามสถานที่ทั่วไป เช่น โรงแรม, สนามบิน , โรงพยาบาล , ศูนย์การค้า ,รีสอร์ท , คอฟฟี่ช๊อป ฯลฯ สังเกตได้จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ได้พากันทยอยออกผลิตภัณฑ์ที่รองรับกับเทคโนโลยีไร้สายนานาชนิด คาดการณ์กันว่า ในอนาคตอันใกล้นี้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อจากเครื่องลูกข่ายเพื่อเข้าระบบเน็ตเวิร์กแบบมีสาย จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไร้สายอย่างแน่นอน เนื่องจากมีความสะดวกสบาย

ความคล่องตัวในการใช้งานสูงง่ายในการติดตั้งโดยไม่ต้องลากสายให้เกะกะ สามารถใช้งานได้ทุกที่เหมาะกับการนำมา ใช้ในชีวิตประจําวัน ที่ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งอยากอีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้งานก็เริ่มถูกลงมาเรื่อยๆ เทคโนโลยี Wi-Fi กําลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนจะเข้าเรื่อง Hotspot เรามาดู กันก่อนว่า Wi-Fi คืออะไร และเทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายและง่ายขึ้นได้อย่างไร

Wi-F(WirelessFidelity) เป็นคำติดปากที่คนนิยมเรียกกัน หรือก็คือ WirelessLAN นั่นเอง เป็นการสื่อสารด้วยระบบไร้สาย บนเทคโนโลยี IEEE802.11 โดยที่จะทำงานภายใต้คลื่นวิทยุ2.4GHz ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัวซึ่งต่างยี่ห้อกันนั้นมันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่มีปัญหา ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีการออกเป็นWIFIcertified ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ตัวอื่นที่มีตรา WIFIcertified นี้ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวได้ออกมา 3 ความเร็วด้วยกันคือ

- 802.1a ทำงานด้วยความถี่ 5 GHz ที่อัตราความเร็วข้อมูล 54 Mbps (แต่ไม่นิยมใช้งานในประเทศไทย )

- 802.1b ทำงานด้วยความถี่ 2.4 GHz ทึ่ความเร็ว 11 Mbps

- 802.1g ทำงานด้วยความถี่ 2.4 GHz ทึ่ความเร็ว 54 Mbps

ในยุคสมัยนี้การที่เราจะเล่น อินเตอร์เน็ตขณะอยู่นอกบ้านนั้นเราสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ที่สามารถต่อเข้ากับเน็ทเวิร์คหรืออินเตอร์เน็ทความเร็วสูงได้ โดยไม่ต้องใช่สายโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ใดๆ ให้ยุ่งยาก ซึ่งที่ผมจะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ Hotspot เป็นเทรนใหม่ที่กำลังมาแรงสุดๆในขณะนี้ เราสามารถยก office ไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ,โรงแรม, ห้องอาหารหรูๆได้อย่างสบายๆ เพราะข้อมูลงานต่างๆของเรานั้นก็เก็บไว้ใน Notebook ของเราอยู่แล้ว แบบประมาณว่าจัดประชุมนัดลูกค้ามาคุยกันนอกสถานที่เลยก็ได้ คราวนี้มาดูกันว่า Hot spot มันมาเกี่ยวโยงกับ Wi-Fi ได้อย่างไร

Hotspot คือ บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายแบบสาธารณะความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีของ Wireless LAN หรือ ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้บริการกันมากขึ้นเรื่อยตามแหล่งธุรกิจ อาทิ สนามบิน โรงแรม ร้านอาคาร ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และ อาคารสำนักงาน โดยใช้เทคโนโลยีบรอดแบนด์ผสมผสานกับเทคโนโลยีไรสาย (WI-FI ) ทำให้คุณออนไลน์ได้ทุกที่ , รับส่งอีเมล์ , ดาวน์โหลดข้อมูล หรือติดต่อธุรกิจกับใครๆได้อย่างสะดวกสบายในสถานที่ที่บริการ Hot Spot แต่ Hot Spot ในบ้านเรายังค่อนข้างใหม่ ทำให้อัตราค่าบริการยังค่อนข้างสูงมากทีเดียว จุดให้บริการก็เริ่มทยอยเปิดกัน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ค่าบริการจะก็ถูกลงด้วยสาเหตุจากการแข่งขันด้านราคากันอย่างหลีกไม่พ้น

อุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi เช่น คอมพิวเตอร์ Laptops หรือ PDA สามารถรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายได้จากจุดบริการที่มีการติดตั้ง Hotspot ก็สามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้ทันที ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับ/ ส่งข้อมูลต่างๆ ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่พลาดโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ และข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก

ข้อดีของระบบ WLAN และ Hotspot

o ติดตั้งง่ายทำให้สะดวกและลดภาระการเดินสาย
o ลดความยุ่งยาก และเหมาะกับบริเวณที่มีสถานที่ไม่กว้างนักและไม่เหมาะต่อการเดินสาย สามารถปรับเปลี่ยนหรือขยายได้ตามความเหมาะสมในการใช้งาน
o ติดตั้งง่ายทำให้สะดวกและลดภาระการเดินสาย
o ลดค่าใช้จ่ายด้านการวางเครือข่าย
o ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ โน้ตบุ๊ค พีซี และพีดีเอ

ประโยชน์ของ Hotspot

o มีความสะดวกสบาย ความคล่องตัวในการใช้งานสูง
o รับส่งอีเมล์ , ดาวน์โหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
o ไม่พลาดโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ และข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก
o ผู้ใช้สามารถรับ/ ส่งข้อมูลต่างๆ ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา
o สามรถกำหนดค่าบริการได้ทั้งแบบ PRE-PAID และ แบบ POST-PAID ( จ่ายก่อนใช้งาน) , ซึ่งอาจจะคิดเป็นราคาต่อนาที , ต่อชั่วโมง หรือเหมาจ่ายเป็นรายวันก็ได้ หรือการคิดค่าบริการแบบ POST-PAID คือการเล่นก่อนจ่ายทีหลัง(ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้เช่าพักตามโรงแรม หรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์)

เมื่อนำไปใช้กับสถานประกอบการ

o เพิ่มคุณภาพและการบริการที่ดี อาทิเช่น โรงแรม หรือ ร้านคอฟฟี่ชอฟ ทำให้ดึงดูดมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น
o มูลค่าของค่าเช่าเพิ่มขึ้น ทำให้อาคารของคุณได้เปรียบคู่แข่งอื่น ๆ
o เพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกรให้บริการที่ทันสมัย
o มีรายได้จากการให้บริการ ซึ่งเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นอีกทาง

ที่มา : http://eastern.nfe.go.th/snpo/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=1

131 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP
wifi

Wi-Fi หรือ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน IEEE 802.11 ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2540 จัดตั้งโดยองค์การ Institute of Electrical and Electronics Engineers หรือ IEEE (ไอทริปเปิ้ลอี : สถาบันวิศวกรรมทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กโทรนิคส์) มีความเร็ว 1 Mbps ในยุคเริ่มแรกนั้นให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ค่อนข้างต่ำ ทั้งไม่มีการรับรองคุณภาพของการให้บริการที่เรียกว่า QoS (Quality of Service) และมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ จากนั้นทาง IEEE จึงจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาปรับปรุงหลายกลุ่มด้วยกัน โดยที่กลุ่มที่มีผลงานเป็นที่น่าพอใจและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ได้มาตรฐานได้แก่กลุ่ม 802.11a , 802.11b และ 802.11g

Wireless LAN (WLAN) หรือ LAN ไร้สาย

โดยปกติ LAN จะเป็นแบบมีสาย มีมาตรฐานอยู่ที่ 10 Mbps Ethernet หรือ 100Mbps Fast Ethernet ปัจจุบันมีถึงระดับ Gigabit Ethernet ข้อจำกัดของ LAN ธรรมดาก็คือ สภาวะแวดล้อมในบางลักษณ์ อาจจะทำให้ไม่สะดวกในการติดตั้ง เช่น ในห้องประชุม , Boot แสดงสินค้า  หรือการจัดนิทรรศการ ดังนั้น เขาจึงต้องการอะไรก็ได้ที่คล้ายกับ LAN ธรรมดา ใช้งานเหมือนปกติ แต่ไม่มีสาย นั่นก็คือ Wireless LAN (WLAN) นั่นเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เหมือนกับอินเทอร์เน็ต หรือใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับอินเทอร์เน็ต สามารถเข้ากันได้กับระบบอินเทอร์เน็ตเดิม แต่ไม่ต้องใช้สายทองแดงในการเชื่อมต่อ ซึ่งมาตรฐานของ Wireless LAN เรียกว่า IEEE802.11b มีความเร็วสูงสุดตามมาตรฐานที่ 11 Mbps
WLAN ถูกกำหนดระยะทางไว้ตามมาตรฐาน IEEE802.11b ที่ 300 ฟุต ในที่โล่ง แต่เนื่องจากเป็นความถี่ในย่านไมโครเวฟ เพราะฉะนั้น เวลาวิ่งผ่านอุปสรรคต่าง ๆ เช่น กำแพง ตู้ หรือโต๊ะทำงาน หรือแม้แต่ตัวคนเองก็จะมีผลกระทบทำให้สัญญาณลดทอนลงไป โดยเฉพาะตัวคนมีโมเลกุลของน้ำอยู่ภายในค่อนข้างมาก เมื่อมันวิ่งผ่านตัวคนสัญญาณก็จะจางลงไปเป็นอย่างมาก
WLAN ถูกกำหนดระยะทางไว้ตามมาตรฐาน IEEE802.11b ที่ 300 ฟุต ในที่โล่ง แต่เนื่องจากเป็นความถี่ในย่านไมโครเวฟ เพราะฉะนั้น เวลาวิ่งผ่านอุปสรรคต่างๆ เช่น กำแพง ตู้ หรือโต๊ะทำงาน หรือแม้แต่ตัวคนเองก็จะมีผลกระทบทำให้สัญญาณลดทอนลงไป โดยเฉพาะตัวคนมีโมเลกุลของน้ำอยู่ภายในค่อนข้างมาก เมื่อมันวิ่งผ่านตัวคนสัญญาณก็จะจางลงไปเป็นอย่างมาก
วันนี้ประชาคมธรรมศาสตร์จะได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ด้วย WLAN สองมาตรฐานด้วยกันคือ IEEE802.11b ความเร็วสูงสุดคือ 11 Mbps และ IEEE802.11g ความเร็วสูงสุดคือ 54 Mbps
วันนี้ประชาคมธรรมศาสตร์จะได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ด้วย WLAN สองมาตรฐานด้วยกันคือ IEEE802.11b ความเร็วสูงสุดที่ 11 Mbps และ IEEE802.11g ความเร็วสูงสุดคือ 54 Mbps

ที่มา : http://www.trueplookpanya.com/true/webboard_detail.php?postid=273&pageNo=1

16 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP
wifi_big

IEEE 802.11n เป็นมาตรฐานของเครือข่ายไร้สายที่คาดหมายกันว่า จะเข้ามาแทนที่มาตรฐาน IEEE 802.11a, IEEE 802.11b และ IEEE 802.11g ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน โดยให้อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลในระดับ 100 เมกะบิตต่อวินาที

ที่นี้หลายๆคนคงสงสัยว่า Pre-802.11n นี่ดีกว่า 802.11g ยังไง พอสรุปได้ดังนี้

1. ระยะส่งเป็น 4 เท่าของ 802.11g
2. ความเร็วเป็น 4 เท่าของ 802.11g (ก็ 802.11g บางรุ่นก็วิ่งที่ 108Mbps ทางทฤษฏี)
3. เพิ่มความสามารถในการกันสัญญาณกวนจาก Wireless Network ข้างเคียง รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ความถี่ 2.4GHz เหมือนกัน
4. เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ทั้ง 802.11b และ 802.11g
5. การใช้งานของอุปกรณ์ 802.11b ในระบบ Wireless Network จะไม่ทำให้ความเร็วทั้งระบบลดลงเหมือน 802.11g
6. Compatible กับ 802.11b และ 802.11g

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vblog/34964

75 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP
wifi380

1. ลดค่าใช้จ่ายในการวางระบบเครือข่าย  ไม่ต้องมีการวางระบบเครือข่ายให้ยุ่งยาก  ไม่ต้องเดินสาย LAN  ให้เกะกะ ไม่สวยงาม   เพียงแค่หาจุดในการวางอุปกรณ์ Access Point ที่กระจายสัญญาณได้ชัดเจนก็พอ  ขยายระบบได้ง่ายและทำให้ปรับองค์กรได้อย่างเหมาะสม ตรงกับความต้องการ

2. Wi-Fi  ทำให้การสื่อสารง่ายดาย  สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนแปลง  ไม่ต้องมีการเดินสาย และสามารถโยกย้ายไปยังที่ต่างๆได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์  เพียงแต่อยู่ในบริเวณที่ได้รับสัญญาณ Wi-Fi     ทำให้เกิดการทำงานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น   และในปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มที่จะพัฒนาให้มีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง สามารถพกติดตัวได้สะดวก พร้อมทั้งการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งใช้งานอยู่กับที่ทำงาน

3. ใช้มาตรฐาน IEEE 802  ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป   และอุปกรณ์ต่างๆ ราคาถูก  หาซื่อได้ง่าย

4. ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อทางธุรกิจ  การซื้อขายของออนไลน์ และการทำธุรกรรมทางธนาคาร

5. ช่วยเสริมสร้างรายได้  เป็นแรงจูงใจ  ดึงดูดลูกค้า และตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น การให้บริการ Wi-Fi  ตามร้านอาหาร  ร้านกาแฟ  โรงแรม  ซึ่งจะทำให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vblog/34921/4

251 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP

เทคโนโลยี Wifi

By chanathip.n | Filed in wifi service

ใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาทางด้านเนตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความเร็วในการสื่อสาร หรือรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ และความง่ายในการเชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้การพัฒนา ทางด้านเน็ตเวิร์กรวดเร็วมากขึ้น Read the remainder of this entry »

42 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP

การใช้งาน Wireless สำหรับอาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ที่ไม่มี Username และ Password ของตนเอง ให้ทำการสมัครขอใช้บริการ Wifi โดยไปที่ http://www.rmutp.ac.th/rmutp-passport/ หรือทำการติดต่อมาที่ noc@rmutp.ac.th สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์ 0-2282-9009-15 ต่อ 6783 โทรสาร 02-280-7919

304 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP

คำแนะนำในการใช้ WiFi
1. เปิด Internet Explorer เลือกที่ Tool >Internet Options
2. เลือก Tab:Connection > LAN Setting
3. ตรวสอบว่าไม่มีการตั้งค่าใด ๆใน LAN Setting จากนั้นกด OK
4. เมื่อใช้งานเว็บไซด์ ระบบจะแสดงหน้าเว็บไซด์ ให้ทำการ Log in โดยใส่ Username และ Password
5. เมื่อต้องการเลิกใช้ระบบ WiFi ให้เลือก Log Out

158 Comments so far. Join the Conversation
Share this by email. Share on Facebook! Tweet this! RSS 2.0 TOP